<?xml version="1.0" encoding="Windows-874" ?> 
 <rss version="2.0">
 <channel>
  <title>www.showded.com</title> 
  <link>http://www.showded.com</link> 
  <description>showded movie update</description> 
  <generator>SHOWDED.COM Feed Builder</generator> 
  <copyright>SHOWDED.COM</copyright>
 <item>
  <title>อั้ม ประกาศโสดแล้ว โน้ต ไม่สำคัญอีกต่อไป</title> 
  <link>http://www.showded.com/myprofile/news_post_nc.php?newId=148219</link> 
  <description>อั้ม ประกาศโสดแล้ว โน้ต ไม่สำคัญอีกต่อไป
   อั้ม เผยไม่ได้คุย โน้ต นาน 3 วัน ไม่สนไม่แคร์ว่าจะง้อหรือเปล่า
อุบสาเหตุอ้างงานยุ่งแล้วเครียด ยันไม่มีมือที่สาม ประกาศตัวโสดแล้ว
ท้าให้หนุ่มกล้าๆ เข้ามาจีบ โต้เกาเหลา พลอย เหตุถูกแย่งงานโฆษณา
พร้อมลั่นไม่ซีเรียสภาพเป้ากางเกงในขาด บอกต่อไปคงเซฟน้อยลง    
ทำเอาทุกคนถึงกับอึ้งงงเป็นไก่ตาแตก เมื่อจู่ๆ
นางเอกสาวสุดฮอตเจ้าแม่แห่งความเซ็กซี่อย่าง อั้ม พัชราภา ไชยเชื้อ
ก็ออกมาประกาศว่า วันเกิดที่ใกล้จะถึงนี้
ตนให้ของขวัญตัวเองด้วยการกลับมา โสด อีกครั้ง
เผยไม่ได้คุยหรือติดต่อกับหวานใจนักธุรกิจ โน้ต วิเศษ รังษีสิงห์พิพัฒน์
3 วันแล้ว อนาคตไม่รู้จะกลับมาคืนดีกันได้อีกหรือไม่    
วันเกิดไม่อยากได้อะไรแล้ว ปีนี้ทำงานค่ะ พอดีวันนั้นรับงานไว้
ก็คงอาจจะไปทำบุญหลังจากวันเกิดหน่อย ส่วนของขวัญจากโน้ต
ไม่อยากได้อะไรเลย มีเกือบทุกอย่างแล้ว ไม่รู้เขาเตรียมให้หรือเปล่า
เพราะไม่ค่อยได้คุยกันแล้วช่วงนี้ คืออั้มยุ่ง แต่ยังไม่มีอะไร
แค่ไม่ได้คุยกันไม่กี่วันเอง ไม่ได้คุยกัน 3 วันมั้ง     คิดถึงไหมเหรอ
ไม่ค่ะ ไม่ได้โกรธอะไรกัน ก็ไม่ได้ตัวติดกันนะ
ตอนนี้อั้มติดเพื่อนมากกว่า คือเวลาอั้มงานเยอะ
อั้มจะค่อนข้างเครียดนิดนึง อั้มก็ไม่ได้โทรไป เรียกว่าเลิกไหมเหรอ
ก็แค่ไม่ค่อยได้คุยกันก็พูดตามตรง แต่ยังไม่ถึงขั้นว่าจะไม่คุยกันเลย
เอาไว้อาทิตย์หน้าแล้วกันค่ะจะบอกว่าคุยหรือไม่คุย
สาเหตุที่ไม่คุยกันก็ไม่ได้มีอะไรเลยค่ะ ไม่ได้งอนกัน
แต่ทะเลาะกันไหมก็ไม่เชิง เอาไว้อาทิตย์หน้าบอกแล้วกัน
ไม่ได้จะให้เวลาตัดสินใจอะไร เฉยๆ ค่ะ ไม่ใช่รอโน้ตปรับปรุงตัวด้วย
รออั้มอารมณ์ดีก่อนนะคะ(ยิ้ม) อารมณ์อั้มไม่ได้ดีเหมือนหน้าตานะคะ
(หัวเราะ)     คืออั้มเป็นคนที่ทำงานแล้วเครียด
เวลาที่ทำงานทุกวันจะมีอะไรเข้ามาไม่ได้เลย มันจะปวดหัว
ช่วงนี้คงเห็นกันอยู่ว่าอั้มทำงานทุกวันด้วย เหมือนเด็กเข้าวงการใหม่ๆ
ค่ะ ทำงานเช้าถึงกลางคืน มือที่สามไม่มีค่ะเรื่องง่ายๆ
เขาง้อไหมไม่รู้ไม่ได้คุยกันค่ะบอกได้แค่นี้เพราะไม่ได้คุย
เลยไม่ได้สนใจว่าจะมาง้ออะไรหรือเปล่า คนรอบข้างก็ไม่ได้เชียร์
แต่เพื่อนๆ ดีใจ เพราะจะได้มีเวลากับเพื่อนแล้ว อั้มกลับมาแล้วค่ะ
พี่เมย์(เมย์ เฟื่องอารมย์) เป็นผู้ใหญ่ก็ไม่ได้ว่าอะไรหรอกค่ะ
เอาเรื่องของเขาก่อนดีกว่า(หัวเราะ)     ตอนนี้โสดมั้ย โสดมากๆ ค่ะ
ประกาศตัวเลยพร้อมเปิดรับ กล้ามาจีบหน่อยนะคะ(หัวเราะ) ก็ขอแบบเข้ากันได้
เอาใจเก่ง เซอร์ๆ นิดๆ สะอาดสะอ้าน พูดจารู้เรื่อง ไม่ขี้โม้ ไม่ขี้อวด
ดูแลเราได้ เอาใจเก่ง ความโสดก็คงเป็นของขวัญวันเกิดที่ดีมากๆ
เฮิร์ทไหมเหรอ ไม่เฮิร์ทเลยจริงๆ สาบานๆ ไม่เฮิร์ทเลย
นี่คือแค่บอกว่าตอนนี้เราไม่ได้คุยกัน แต่ถ้าอาทิตย์หน้าจะมาบอกอีกทีนึง
โอกาสกลับมาคุยกันอีก อั้มเฉยๆ ค่ะ ยังไงก็ได้ ไม่กลัวใครเสียใจค่ะ
ห่วงแต่ตัวเอง เห็นแก่ตัว (หัวเราะ) แฟนคลับอั้มไม่ต้องห่วงนะคะ
สภาพจิตใจดีค่ะ กำลังใจดี เรื่องขี้ผงมากๆ เรื่องนี้
เรื่องผู้ชายเรื่องเล็ก เรื่องเงินเรื่องใหญ่     ก็น่าจะอีก 2
อาทิตย์มั้งคะเราคงจะได้เจอกันอีก ถ้าเขามาง้อใน 2 อาทิตย์นี้เหรอ
อั้มขอเดือนนึงดีกว่า 2 อาทิตย์มันน้อยไป ก็ไม่ได้มีเรื่องอะไรกัน
แค่อยากจะโสดแค่นั้นเอง(หัวเราะ) ไม่มีคนอื่นค่ะ ไม่มีใครเลย
ตอนนี้ทำงานแล้วมันเครียดจริงๆ เวลาที่มันมีอะไรเข้ามามันจะเครียดนะ
เวลามีอะไรที่ไม่ได้ดั่งใจเรา
คือยอมรับว่าตัวเองเป็นคนที่ค่อนข้างเอาแต่ใจตัวเอง
เพราะฉะนั้นคนที่เข้ามาก็ต้องยอมรับเราได้ วันแรกยอมรับได้ยังไง
วันต่อไปก็ต้องยอมรับได้อย่างนั้น ทำไม่ได้ก็เชิญไปไกลๆ ด้วย
เขาก็ไม่ได้เปลี่ยนไปนะคะ เขายังเหมือนเดิม
แต่แค่เวลาคนทำงานหนักอารมณ์ก็จะเสียง่าย แล้วถ้ามีอะไรนิดหน่อย
ก็จะค่อนข้างปรี๊ดง่ายด้วย ชัดเจนไหม    
ยันไม่ได้เกาเหลากับนางเอกรุ่นน้อง พลอย เฌอมาลย์ บุญยศักดิ์
ที่ได้มาเป็นพรีเซ็นเตอร์โฆษณาสินค้าชนิดเดียวกัน     ไม่ได้แย่งค่ะ
งานมีเยอะแยะก็แบ่งๆ กันไปค่ะ
ก็เหมือนที่พลอยสัมภาษณ์ว่าเป็นสินค้าประเภทเดียวกัน
แต่คนละยี่ห้อกันเท่านั้นเอง ก็ได้ทั้งคู่นะคะ
ของอั้มถ่ายไปเรียบร้อยแล้ว
แต่อั้มไม่รู้ว่าของน้องพลอยจะตัวเดียวกับของอั้มหรือเปล่า
แต่ของอั้มถ่ายไปแล้ว ไม่ได้เกาเหลากันเลย งานโฆษณามีเยอะมากมายเลยค่ะ
ก็แบ่งๆ กันไป     ลั่นไม่ซีเรียสภาพส่องหวอลิงขาด บอกต่อไปคงเซฟน้อยลง
เพราะครั้งที่เป็นข่าวเซฟหลายชั้นยังหลุด     จริงๆ
ที่เห็นนั่นเป็นตะเข็บนะคะ ไม่ได้มีอะไรเลย แต่อั้มว่าคงเซฟน้อยลง
คงเหลือแค่ชั้นเดียว เผอิญว่าวันนั้นใส่สีขาวข้างใน แต่เรื่องใส่สั้นๆ
มันก็จำเป็นค่ะ เพราะว่าเสื้อผ้าสมัยนี้มันก็สั้นนะ
แต่อั้มก็เปลี่ยนไปเรื่อยๆ บางทีก็ยาว บางทีก็สั้น จริงๆ
มันก็คงแก้ไขอะไรไม่ได้ มันต้องดูแลตัวเอง แต่บางทีตอนก้าวน่ะวินาทีเดียว
ถ้าเกิดเป็นภาพเคลื่อนไหวมันจะเร็ว มองไม่เห็นหรอกค่ะ
แต่อั้มก็ไม่เข้าใจว่าทำไมมันถึงจับได้ขนาดนั้น
เพราะว่าอั้มก็ไม่ได้ก้าวช้าด้วย ก็ไม่ได้เสียความมั่นใจหรือซีเรียสนะคะ
แต่ถ้าเลือกได้ก็ไม่อยากให้มันมีภาพอะไรแบบนี้ ไม่ใช่แค่กับตัวเองนะ
กับดาราหลายๆ คนด้วย ขอพูดแทนเขาเลยแล้วกันค่ะ
ที่มา manager.co.th</description>
  <pubDate>2010-12-02 10:30:17</pubDate> 
 </item>
  <item>
  <title>ร็อบสัน ผิดหวังฟอร์มแข้งไทย แต่ชมหัวใจนักสู้</title> 
  <link>http://www.showded.com/myprofile/news_post_nc.php?newId=148218</link> 
  <description>ร็อบสัน ผิดหวังฟอร์มแข้งไทย แต่ชมหัวใจนักสู้
ยังมั่นใจหักอินโดฯ-มาเลเซีย เข้ารอบรองฯ
ไบรอัน ร็อบสัน กุนซือทีมชาติไทยชาวอังกฤษ
เปิดเผยหลังทีมชาติไทยทำได้แค่เสมอลาว 2-2 ในฟุตบอลชิงแชมป์อาเซียน 2010
รอบแรก กลุ่ม เอ วันที่ 1 ธันวาคมว่าภาพรวมการเล่นของทีมไทยน่าผิดหวัง
มีผู้เล่นหลายคนเจอศึกหนักในการแข่งขันฟุตบอลเอฟเอคัพทำให้เหน็ดเหนื่อยฟิตไม่เต็มที่
พวกเราไม่มีการเตรียมพร้อมที่ดี
ผู้เล่นติดเล่นให้ต้นสังกัดไม่ค่อยได้ฝึกซ้อมร่วมกันอย่างไรก็ตามแม้จะเล่นไม่ดี
แต่อย่างน้อยผู้เล่นไทยก็แสดงให้เห็นถึงการต่อสู้ที่ไม่ยอมแพ้ยิงประตูตีเสมอได้ถึงสองครั้งสองครา
ตัวเลือกผู้เล่นของพวกเรามีจำนวนจำกัด
ผู้เล่นเหนื่อยอ่อนมากจากการเล่นให้ต้นสังกัด แต่หลังจากส่งดัสดร
ทองเหลและธีรศิลป์ แดงดา
ลงสนามเกมรุกก็ดีขึ้นแน่นอนผมผิดหวังแต่ไม่ส่งผลกระทบต่อเป้าหมาย
สองนัดที่เหลือกับมาเลเซียและอินโดนีเซียจะต้องได้ผลการแข่งขันที่ดีเพื่อกรุยทางเข้ารอบต่อไป
ยังมีสิ่งที่จะต้องแก้ไขปรับปรุงในการฝึกซ้อมที่ไม่ได้มีโอกาสแก้ก่อนการเล่นกับลาว
ผมยังเชื่อมั่นว่าลูกทีมสามารถเก็บคะแนนในสองนัดต่อไปผ่านเข้ารอบรองชนะเลิศได้สำเร็จทางด้านเดวิด
บูธ โค้ชชาวอังกฤษของลาว กล่าวว่า ผิดหวังไม่ได้สามคะแนน
แต่ก็ยังพอใจที่ลาวไม่แพ้ในการเจอกับไทย นักเตะลาวเล่นได้ดีมาก
ทั้งที่เป็นทีมหนุ่ม
หลายคนเพิ่งได้สัมผัสกับการแข่งขันระดับนานาชาติครั้งแรก
ส่วนการแข่งขันอีกคู่ต่อจากไทยกับลาวผล อินโดนีเซีย เจ้าภาพ ถล่มมาเลเซีย
ขาดลอย 5-1 นำเป็นจ่าฝูงของกลุ่ม เอ
ที่มา มติชน</description>
  <pubDate>2010-12-02 10:26:13</pubDate> 
 </item>
   <item>
  <title>อานิสงส์ รถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน ดันราคาที่ดินย่าน จรัญ-เพชรเกษม พุ่ง 2 เท่า</title> 
  <link>http://www.showded.com/myprofile/news_post_nc.php?newId=148217</link> 
  <description>อานิสงส์ รถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน ดันราคาที่ดินย่าน จรัญ-เพชรเกษม พุ่ง 2
เท่า
แอเรียเผยราคาที่ดิน แนวรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน ช่วงหัวลำโพง-บางแค
ดันราคาที่ดินย่านถนนจรัญฯ-เพชรเกษมพุ่ง2เท่า เหตุใกล้ชุมชน
เช่นเดียวกับย่านเยาวราช สำเพ็ง คลองถม วังบูรพา ราคาที่ดินขยับขึ้นยกแผง
ขายวาละ5-6แสนบาท ด้านนายกสมาคมฯค้าทองเซ็ง
รฟม.ไม่แจ้งให้ชัดว่าจะเวนคืนจุดไหนบ้าง หวั่นกระทบหาทำเลค้าทองแห่งใหม่
นายวสันต์ คงจันทร์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอเจนซี่ ฟอร์ เรียลเอสเตท
แอฟแฟร์ จำกัด หรือแอเรีย เปิดเผยว่าในอนาคต 1-2 ปีจากนี้ไป
ที่ดินในแนวเส้นทางรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินช่วงหัวลำโพง-บางแค
นั้นจะปรับตัวสูงขึ้นอย่างน้อย 2 เท่าตัว
โดยเฉพาะบริเวณย่านถนนจรัญสนิทวงศ์ และถนนเพชรเกษม
เนื่องจากเส้นทางดังกล่าวเป็นเส้นทางที่อยู่ใกล้เมือง
และมีชุมชนขนาดใหญ่จำนวนมาก
แต่ในช่วงที่ผ่านมาราคาที่ดินในแถบนั้นยังไม่สูงมากนักคือประมาณ
100,000-150,000 บาทต่อตารางวา ผิดกับฝั่งตรงข้ามแม่น้ำเจ้าพระยา
ราคาที่ดินได้มีการขยับตัวขึ้นมากไปแล้ว ทั้งย่านเยาวราช สำเพ็ง คลองถม
รวมทั้งวังบูรพา เป็นเส้นทางค้าทองและค้าส่งค้าปลีกพวกเสื้อผ้าต่างๆ
รวมทั้งสินค้าจากจีน เชื่อว่าธุรกิจที่จะโตในย่านนั้นคือพวกอาคารพาณิชย์
คอมมูนิตี้มอลล์ ศูนย์ค้าปลีกค้าส่งมากกว่า
ปัจจุบันราคาที่ดินในแถบนี้มีการขายกันตารางวาละ 500,000-600,000 บาท
และเชื่อว่าในอนาคตราคาที่ดินน่าจะแพงกว่านี้อีกอย่างน้อย 10%นายจิตติ
ตั้งจิตภักดี นายกสมาคมผู้ค้าทอง
ในฐานะผู้ที่ได้รับความเดือดร้อนจากกาเวนคืนที่ดิน กล่าวว่า
ขณะนี้ยังไม่มีความชัดเจนอะไรจากทางการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย
(รฟม.) เพียงแค่แจ้งว่าจะมีการศึกษาและสำรวจ แต่ในเรื่องเงินที่จะชดเชย
ยังไม่มีการแจ้งให้ทราบ ถือว่าเป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้อง
เพราะหากแจ้งให้ทราบผู้ประกอบการค้าทองในย่านถนนเจริญกรุงจะมีเวลาหาพื้นที่ใหม่เพื่อทำการค้าขายต่อไป
ยอมรับว่าการหาทำเลใหม่ในการค้าทองนั้นค่อนข้างลำบากอนึ่ง
สำหรับโครงการนี้มีระยะทาง 14 กิโลเมตร
แบ่งเป็นเส้นทางใต้ดินหัวลำโพง-ท่าพระ ระยะทาง 5 กิโลเมตร
ผ่านถนนเจริญกรุง วังบูรพา ถนนสนามไชย พระบรมมหาราชวัง
ลอดใต้แม่น้ำเจ้าพระยาที่ปากคลองตลาด คลองบางกอกใหญ่ ถนนอิสรภาพ
แล้วเปลี่ยนเป็นเส้นทางยกระดับระยะทาง 9 กิโลเมตร เข้าสู่สี่แยกท่าพระ
ถนนเพชรเกษม สิ้นสุดที่วงแหวนรอบนอกส่วนสถานีนั้นมีจำนวน 11 สถานี
เป็นสถานีใต้ดิน 4 สถานีคือ สถานีวัดมังกร สถานีวังบูรพา
(เป็นสถานีใต้ดินร่วมกับรถไฟฟ้าสายสีม่วง บางใหญ่-ราษฎร์บูรณะ)
สถานีสนามไชย สถานีอิสรภาพ สถานียกระดับอีก 7 สถานีคือ สถานีท่าพระ
(เป็นสถานีร่วมกับสายสีน้ำเงิน ช่วงบางซื่อ-ท่าพระ) สถานีบางไผ่
สถานีบางหว้า สถานีเพชรเกษม 48 สถานีภาษีเจริญ สถานีบางแค
และสถานีหลักสอง
ที่มา มติชน
</description>
  <pubDate>2010-12-02 10:23:39</pubDate> 
 </item>
   <item>
  <title>กี้ร์-อริสมันต์ ส่ง จดหมาย ปลุกเสื้อแดง สู้รัฐบาล-ล้มอำมาตย์</title> 
  <link>http://www.showded.com/myprofile/news_post_nc.php?newId=148216</link> 
  <description>กี้ร์-อริสมันต์ ส่ง จดหมาย ปลุกเสื้อแดง สู้รัฐบาล-ล้มอำมาตย์
ชี้ระเบิดเวลาลูกแรกเริ่มแล้ว ไม่ยุบปชป.
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 30 พ.ย. เว็บไซด์ประชาไทเว็บบอร์ด
และเว็บไซด์ไทยอีนิวน์ ได้เผยแพร่เนื้อหาจดหมายของนายอริสมันต์
พงษ์เรืองรอง แกนนำคนเสื้อแดงที่หลบหนีออกจากประเทศไทย
ไปในช่วงเหตุการณ์วุ่นวายทางการเมืองเดือนพฤษภาคม 2553 โดยใช้หัวข้อว่า
อริสมันต์ พงษ์เรืองรอง : สู้ทุกวิถีทาง
ซึ่งจดหมายดังกล่าวได้เขียนในสถานที่ซึ่งไม่เป็นที่เปิดเผยและผู้อ่านพึงใช้วิจารณญาณ
โดยเนื้อหาระบุว่า
เราคงต้องทบทวนความชั่วร้ายเจ้าเล่ห์ของพวกอำมาตย์และรัฐบาลที่เข่นฆ่าประชาชนเกือบร้อยศพ
บาดเจ็บเป็นพันคน เราหมดความอดทน หมดหวังกับเรื่องการปรองดอง
เพราะการกระทำทั้งล่าบ่าคนเสื้อแดงและการจับกุมคุมขังแกนนำและประชาชนที่ไม่มีความผิดมันเป็นการกระทำที่ตรงข้ามกับสิ่งที่รัฐบาลพูด
และโกหกไปวันๆ เพื่อยืดอายุรัฐบาล
ตอนนี้เขาวางระเบิดเวลากันเองลูกแรกเริ่มจากคดียุบพรรคประชาธิปัตย์
มันใกล้ได้เวลาระเบิดแล้ว
ทั้งที่เป็นคดีที่อยู่ในความสนใจของคนทั้งประเทศ
เพราะมันมีธงมาแล้วคือพรรคประชาธิปัตย์จะไม่ถูกยุบไม่มีความผิดใด ๆ
ทั้งสิ้น ตามคำสั่งของพวกอำมาตย์ที่เข้ามาแทรกแซงครอบงำองค์กรอิสระ
ไม่เหลือแล้วความเป็นคนของตุลาการรัฐธรรมนูญสิ้นสุดลงแล้ว
เนื้อหาในจดหมายระบุ
นายอริสมันต์ กล่าวว่า
ระเบิดลูกที่สองคือการชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย
ที่จะสร้างเงื่อนให้มีการรัฐประหาร
โดยกลุ่มทหารของอำมาตย์และจะกวาดล้างคนที่ขัดขวางการรัฐประหารอย่างบ้าคลั่งจนเลือดนองเต็มแผ่นดินส่วนระเบิดลูกที่สามคือการลุกขึ้นสู้ต่อต้านเผด็จการรัฐประหารที่จะเกิดขึ้นทั่วประเทศและทั่วโลก
ซึ่งจะเป็นสงครามที่เกิดขึ้นทุกหย่อมย่าน แล้วคนไทยจะล้มตายเป็นจำนวนมาก
ซึ่งอำมาตย์และรัฐบาลไม่ได้สนใจ เพราะพร้อมที่จะปิดประเทศ
ซึ่งถ้าเป็นอย่างนั้นเราต้องผนึกกำลังตั้งรัฐบาลพลัดถิ่น
หากมิตรประเทศมารองรับความถูกต้อง แล้วต่อสู้อยู่นอกประเทศ
ซึ่งจะทำให้ทั่วโลกรู้ว่าสงครามประชาชนกำลังจะเกิดขึ้น
พี่น้องจะต้องเตรียมตัวให้พร้อมทุกอย่าง การลุกขึ้นของประชาชนครั้งนี้
ถ้าถูกทหารตำรวจใช้ความรุนแรงปราบปรามด้วยอาวุธต่าง ๆ
เราจะสู้ด้วยวิธีของประชาชน เราจะตะโกนบอกฟ้า
เรียกชื่อจริงของคนสั่งฆ่าให้ลั่นไปทั่วโลก เพื่อให้โลกรับรู้เสียที
และเราพร้อมสู้ทุกวิถีทางเพื่อที่จะได้มาซึ่งประชาธิปไตยอย่างแท้จริง
เราขอวิงวอนถึงทหาร ตำรวจ ทุกท่าน
ถึงเวลาแล้วที่พวกท่านจะได้พิจารณาตัดสินใจว่า
ท่านจะเลือกยืนอยู่เคียงข้างพี่น้องประชาชน
หรือจะเลือกยืนอยู่ข้างอำมาตย์และรับใช้รัฐบาลทรราชที่ไล่ฆ่าประชาชน
เนื้อหาในจดหมายระบุ
นายอริสมันต์ กล่าวว่า แม้ประชาชนจะไม่มีอาวุธก็ไม่แพ้
เพราะเราจะรวมกันสู้อย่างเป็นระบบโดย มีฝ่ายสนับสนุน
ที่จะส่งเสริมอุปกรณ์ อุดหนุนเงินทุน
ช่วยเหลือในด้านการเผยแพรข่าวสารความชั่วร้ายของรัฐบาลและสถาบันอำมาตย์
ทั้งทางอินเตอร์เน็ต สื่อสิ่งพิมพ์ต่าง ๆให้มากที่สุด
อีกฝ่ายทำหน้าที่สู้รบรับผิดชอบประกบตัวการชั่ว ที่ทำร้ายประชาชน
เช่นคนในรัฐบาล คณะรัฐมนตรี ทหาร ตำรวจ ราชการ องค์กรอิสระ ตุลาการ
ศาลผู้พิพากษา ที่รับใช้อำมาตย์และรัฐบาล
รวมทั้งสื่อที่ชอบบิดเบือนข้อเท็จจริง สร้างความแตกแยก
โดยจำเป็นต้องจัดการให้หมดแบบสะดวกใครสะดวกมัน
คือใครใกล้คนไหนก็จัดการคนนั้น
โดยเราหวังเพียงพัฒนาเปลี่ยนแปลงระบบการปครองชาติและประชาธิปไตยที่สมบูรณ์
มีสิทธิ เสรีภาพ ความยุตะรรม
ความเท่าเทียมและรัฐธรรมนูญที่เป็นของประชาชน ซึ่งทุกคน
ทุกสถาบันต้องอยู่ภายใต้กฎหมายรัฐธรรมนูญฉบับนี้โดยไม่มีข้อยกเว้น
และผู้ฆ่าประชาชนต้องรับโทษ
ที่มา มติชน</description>
  <pubDate>2010-12-02 10:06:47</pubDate> 
 </item>
   <item>
  <title>เจ๊คิ้ม ยันแค่พูด เอาขำๆ กรณีโดนแจ้งความ หมิ่นลูกเจ้าของร้านอาหาร</title> 
  <link>http://www.showded.com/myprofile/news_post_nc.php?newId=148215</link> 
  <description>เจ๊คิ้ม ยันแค่พูด เอาขำๆ กรณีโดนแจ้งความ หมิ่นลูกเจ้าของร้านอาหาร
จากกรณีของนักร้องสาว เจนนิเฟอร์ คิ้ม หรือ เจ๊คิ้ม
ถูกเจ้าของร้านอาหารเตียหงี่เฮียง
ส่งทนายเข้าแจ้งความดำเนินคดีฐานหมิ่นประมาทบุตรชาย
โดยนักร้องสาวได้กล่าวพาดพิงผ่านรายการ บ้านมหาสนุก ทางช่อง 9 ว่า
บุตรชายของเจ้าของร้านได้เข้ามาหาตนในคอนเสิร์ตแห่งหนึ่งในสภาพเมามาย
ซึ่งเรื่องนี้ผู้ถูกพาดพิงเห็นว่าทำให้ตนเสื่อมเสียชื่อเสียงจึงต้องแจ้งความดำเนินคดีดังล่าว
ล่าสุด
ทางเจนนิเฟอร์คิ้มได้ออกมายืนยันแล้วว่าตนเพียงเพื่อสร้างความสนุกสนานเท่านั้นโดยไม่ได้มีเจตนาจะหมิ่นประมาทให้ใครเสียหาย
บางทีจะพูดอะไรขำๆ เราจะพูดในเชิงขำๆ
เค้ารู้สึกอย่างนั้นไปดูเองว่าในคลิปเป็นอย่างไร
ซึ่งโดยปกติแล้วอะไรที่มันเสียหายจริงๆ ทางรายการคงจะพิจารณาหลายๆ
คนว่าจะไม่ให้ออกเพราะมันไม่ใช่รายการสด
ก่อนหน้านี่มีปัญหามาแล้วกับสองคู่กรณีอย่าง (จิ๊ก-เนาวรัตน์
ที่ถึงกับมองหน้ากันไม่ติด)
คนทั่วไปควรจะเข้าใจได้ว่าไม่ควรจะจริงจังกับทุกคำพูดว่ามันเป็นเรื่องขำๆ
แต่ในขณะเดียวกับพี่เองก็มีพื้นฐานในใจของพี่อยู่แล้วว่าพี่ไม่มีวันจะหมิ่นประมาทหรือดูถูกดูแคลนหรือไม่ให้เกียรติกับคนดูคนฟังของพี่
คนดูคนฟังของพี่เป็นผู้มีพระคุณของพี่
พี่จะพูดอะไรก็แล้วแต่พี่จะพูดในความรู้สึกขำขันประทับใจพี่ไม่พูดในลักษณะดูหมิ่นเหยียดหยามแน่นอน
เจนนิเฟอร์ คิ้ม กล่าว
ที่มา สยามดารา</description>
  <pubDate>2010-12-02 09:59:11</pubDate> 
 </item>
  <item>
  <title>สตอลโลน โดนผลงาน หนังโป๊ เก่า กลับมาหลอกหลอน</title> 
  <link>http://www.showded.com/myprofile/news_post_nc.php?newId=148214</link> 
  <description>สตอลโลน โดนผลงาน หนังโป๊ เก่า กลับมาหลอกหลอน
อดีตในคราบนักแสดงหนังผู้ใหญ่ได้กลับมาหลอกหลอน ซิลเวสเตอร์ สตอลโลน
ซูเปอร์สตาร์คนดังของฮอลลีวู้ดเสียแล้ว
เมื่อผลงานหนังโป๊ที่เขาเคยแสดงไว้ เตรียมถูกนำมาเปิดฉายอีกครั้ง
ดาราหนุ่มใหญ่วัย 64 ปี เคยเปลืองผ้าแสดงในหนังโป๊เรื่อง The Party at
Kitty and Stud#39s ตอนที่เขายังเป็นนักแสดงตกอับต้องดิ้นรนหาเงิน
เมื่อปี 1970
จากนั้นเขาก็ก้าวไปโด่งดังกับ Rocky ภาพยนตร์สุดฮิตในปี 1976 และ
ไบรอันสตัน ดิสทริบิวเตอร์ส
ได้วางขายภาพยนตร์ปลุกใจเสือป่าเรื่องดังกล่าวในชื่อใหม่ว่า The Italian
Stallion ไม่นานหลังจากบทบาทอันโดดเด่นของสตอลโลน
ในหนังสังเวียนกำปั้นสุดคลาสสิก
ล่าสุด
ได้มีผู้โชคดีประมูลลิขสิทธิ์จัดจำหน่ายภาพยนตร์อีโรติกเรื่องนี้ทั่วโลก
พร้อมฟิล์ม 35 มม. จากเว็บอีเบย์ไปด้วยราคา 412,000 เหรียญสหรัฐฯ
เปิดทางให้เจ้าของรายใหม่มีสิทธิ์นำผลงานเรื่องนี้มาเปิดฉายอีกครั้ง
จากการรายงานของเว็บไซต์ ทีเอ็มซี ออนไลน์
เอ็ดเวิร์ด แพร์รี่ ประธานบริษัท ไบรอันสตัน กล่าวเปิดเผยว่า
#39#39ความจริงฟิล์มมันหายไปอยู่พักหนึ่ง#39#39 ก่อนเสริมว่า
เอ็มจีเอ็มพยายามซื้อหนังเรื่องนี้ไปเมื่อปี 2009
แต่การเจราจามีอันต้องล่มไป
และเขามองว่านี่เป็นเวลากอบโกยในการขายลิขสิทธิ์ดังกล่าว
#39#39ใครจะไปนึกล่ะว่าอายุอานามปาเข้าไปตั้ง 64 เขา (สตอลโลน)
จะมีทีเด็ดขนาดนี้#39#39
ที่มา สยามดารา</description>
  <pubDate>2010-12-02 09:55:38</pubDate> 
 </item>
   <item>
  <title>พจน์ เคลียร์ ทะเลาะ เมย์ ถอดบทออกจากหนัง</title> 
  <link>http://www.showded.com/myprofile/news_post_nc.php?newId=148213</link> 
  <description>พจน์ เคลียร์ ทะเลาะ เมย์ ถอดบทออกจากหนัง
พจน์ อานนท์ โต้ข่าวแตกคอ เมย์-พิชญ์นาฏ
ยันดาราสาวยังรับบทนำในภาพยนตร์เรื่อง 2,002 เผยเตรียมทำหนังภาคต่อ
ปล้นนะยะ ภาค 2 เตรียมดึง ปอย-ตรีชฎา
เป็นนางเอกหลังเคลียร์กรณีบาดหมางกันเรียบร้อยแล้ว
เป็นผู้กำกับฯ ที่ทำหนังตามกระแสทันเหตุการณ์จริงๆ สำหรับ พจน์ อานนท์
ซึ่งเตรียมผุดโปรเจกต์หนังเรื่อง 2,002
ซึ่งได้แรงบันดาลใจมาจากทิ้งศพเด็กที่ถูกทำแท้งจนเป็นข่าวคราวครึกโครมเมื่อเดือนที่ผ่านมา
โดยมีการทำบุญไปเมื่อเร็วๆ นี้
แต่ยังไม่ทันได้ถ่ายทำก็มีกระแสข่าวออกมาซะแล้วว่าผู้กำกับฯ
พจน์ทะเลาะกับ เมย์ พิชญ์นาฏ สาขากร
นางเอกที่ถูกวางตัวให้รับบทนำในหนังเรื่องนี้
ซึ่งข้อสันนิษฐานดังกล่าวน่าจะมาจากการที่ไร้วี่แววของสาวเมย์ในวันทำบุญ
โดยมี ดิว อริสรา ทองบริสุทธิ์ มาเสียบแทน
ล่าสุดเมื่อวันที่ 1 ธ.ค. 53 ที่ผ่านมา พจน์ อานนท์
ซึ่งไปร่วมงานแถลงข่าวเปิดตัวภาพยนตร์เรื่อง หอแต๋วแตก แหวกชิมิ
ที่เซ็นทรัล เวิลด์ เปิดเผยถึงกรณีดังกล่าวว่า ไม่ได้เปลี่ยน เมย์ยังอยู่
เมย์เล่นกับ เต๋า-สมชาย ส่วนดิวเล่นอยู่แล้วเล่นเป็นกิ๊กของเต๋า
เป็นคนที่ไปทำแท้ง ส่วนเมย์เล่นเป็นเมียแท้ของเต๋า
ซึ่งวันนั้นที่คนเข้าใจผิด เพราะเมย์ไม่ว่างติดงาน เลยส่งน้องดิวไปแทน
เต๋าก็ไปแต่เต๋าอยู่บนรถ เค้ากลัวเพราะเค้ามีลูกเลยไม่ลงไป
ส่วนเรื่องค่าตัวนั้นไม่มีเลย เพราะเมย์กับพี่เคยทำงานด้วยกันมาแล้ว
ค่าตัวก็เท่ากับเรตที่เมย์เรียกมา เรื่องนี้ไม่ใช่ปัญหาเลย
ตอนแรกก็ติดต่อไปหลายคน ก็มี ตอง-ภัครมัย คนนึง แล้วก็มีนิโคล แต่ว่า 2
คนนี้ไม่ว่าง ก็เลยเป็นเมย์แทน
อย่างไรก็ตาม เจ้าพ่อหนังกระแสกล่าวว่าตนเองไม่ได้นั่งแท่นผู้กำกับฯ
2,002 โดยตนคงอยู่ในฐานะโปรดิวเซอร์และให้ผู้กำกับฯ
รุ่นใหม่จากภาพยนตร์เรื่อง ตายโหง มารับหน้าที่กำกับแทน
ส่วนตนจะไปกำกับหนังเรื่อง ปล้นนะยะ ภาค 2 ซึ่งงานนี้ดึง ปอย ตรีชฎา
เพชรรัตน์ นางเอกสาวประเภทสองมารับบทนำ
แต่ทั้งนี้เป็นที่ทราบกันดีว่าผู้กำกับฯ
พจน์กับสาวปอยเคยมีปัญหากันเมื่อตอนทำหนัง หอแต๋วแตก 2
เกี่ยวกับเรื่องนี้ผู้กำกับฯ หนุ่มเคลียร์ว่า ตอนนี้ไม่มีปัญหากันแล้ว
อย่าเรียกว่าปัญหาดีกว่า มันแค่เรื่องค่าตัว
พอตกลงกันเรื่องค่าตัวตามที่ต้องการได้ก็ผ่าน จริงๆ
ผมไม่เคยมีเรื่องค่าตัวปัญหากับใคร ถ้าเราสู้ได้เราก็สู้
ถ้าสู้ไม่ได้เราก็เปลี่ยน แต่พอขึ้นชื่อว่าเป็น พจน์อานนท์
คนก็จะมองว่าทะเลาะกันอีกแล้วเหรอ ซึ่งมันไม่ใช่
เรื่องจริงเราก็ต้องสู้เรื่องค่าตัวไม่ไหวเท่านั้นเอง 
ที่มา สยามดารา</description>
  <pubDate>2010-12-02 09:53:26</pubDate> 
 </item>
  <item>
  <title>คลิปรายการ บอกเก้าเล่าสิบ ตอน สัมภาษณ์ นาธาน</title> 
  <link>http://www.showded.com/myprofile/news_post_nc.php?newId=148173</link> 
  <description>หลังจากทีมีข่าวล่าสุดว่าครูแหม่ม แม่บุญธรรมของ นาธาน
ที่เคยออกมาปกป้องตัวนักร้องหนุ่ม ซึ่งหลายคนให้สมญานามว่า จอมลวงโลก
ได้เปลี่ยนบทบาทตัวเองไปสู่ ผู้นำการฟ้องร้อง นาธานอย่างเต็มตัว พร้อมกับ
ลั่นวาจาว่า ที่ผ่านมา ตัวเองนั้นมองคนผิดไป
พร้อมสโลแกนประจำใจล่าสุด ที่บอกว่า รักมาก ก็เกลียดมาก
และแน่นอนว่า ประเด็นนี้ ตกเป็นข่าวที่หลายคนให้ความสนใจมาก เนื่องจาก
คนที่เคยออกมาปกป้อง กลับกลายมาเป็นคน ฟ้องร้อง นาธานเสียเอง
แต่เรื่องมันดูยุ่งเหยิง ยิ่งไปกว่านั้น เมื่อนาธาน ออกมาโต้
การแจ้งความของครูแหม่ม พร้อมเผยข้อมูลบางส่วน ให้กับ
รายการบอกเก้าเล่าสิบ
เมื่อต่างคนต่างยืนยันว่า สิ่งที่ตนเองพูดไปนั้น เป็นความจริง
ก็ขึ้นอยู่กับวิจารณญาณของผู้ติดตามข่าว ว่า เหตุผลของใครจะมีน้ำหนัก
มากกว่ากัน
และครั้งนี้ เราก็ได้นำ บทสัมภาษณ์ จากรายการบอกเก้าเล่าสิบ
ว่าด้วยเรื่อง ครูแหม่ม และ นาธาน มานำเสนอให้ท่าน ได้ชมกัน 

บอกเก้าเล่าสิบ นาธานรีเทิร์น (1/2)
บอกเก้าเล่าสิบ นาธานรีเทิร์น (2/2)
บอกเก้าเล่าสิบ สัมภาษณ์ พิเศษ นาธาน
	</description>
  <pubDate>2010-12-01 22:13:10</pubDate> 
 </item>
   <item>
  <title>นายกฯ มาเลย์ ปฎิเสธสร้าง ตึกระฟ้า 100 ชั้น</title> 
  <link>http://www.showded.com/myprofile/news_post_nc.php?newId=148143</link> 
  <description>นายกฯมาเลย์ปฎิเสธสร้าง ตึกระฟ้า 100 ชั้น เพื่อทำลายมรดก ตึกแฝด
ปิโตรนาสของอดีตผู้นำมหาธีร์
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อวันที่1 ธ.ค.ว่า นายกรัฐมนตรีนาจิบ ราซัค
ของมาเลเซีย
ได้ออกโรงปกป้องแผนการสร้างตึกมรดกแห่งเอกราชquotซึ่งมีความสูง 100 ชั้น
ด้วยงบประมาณสร้าง 1,600 ล้านดอลลาร์ ในปี 2020 ว่า
จะเป็นการบดบังความยิ่งใหญ่ของตึกแฝดquotปิโตรนาสquotที่สร้างขึ้นโดยอดีตนายกรัฐมนตรีมหาธีร์
โมฮัมหมัด ผู้นำมาเลเซีย โดยระบุว่า
ตึกดังกล่าวไม่ได้ถูกสร้างเพื่อวัตถุประสงค์ทำลายมรดกของอดีตนายกฯมหาธีร์
แต่เป็นโครงการระยะยาว
และมุ่งเพื่อกระตุ้นกิจกรรมทางเศรษฐกิจของประเทศquotสิ่งที่ท่านมหาธีร์ได้ทำเป็นสิ่งที่สมควรยกย่อง
และสิ่งที่เราจำเป็นต้องทำก็คือนำความสำเร็จของเขามาต่อยอดและเดินหน้าต่อไปรายงานระบุว่า
มหาธีร์ซึ่งยังคงเป็นบุคคลที่ทรงอิทธิพลในมาเลเซีย
แม้จะก้าวลงจากตำแหน่งผู้นำมาเลย์มาตั้งแต่ปี 2003 ได้เคยกล่าวว่า
เขาต้องการเห็นquotตึกแฝดปิโตรนาสquotยังคงเป็นสัญญลักษณ์ของประเทศมาเลเซีย
นอกจากนี้ นอกเหนือจากอดีตผู้นำมาเลเซียแล้ว ยังมีชาวมาเลย์กว่า 263,000
คน ในเฟซบุ๊ค เข้าชื่อกันเสนอคัดค้านการสร้างตึกระฟ้า 100 ชั้น
ของนายกฯนาจิบ บอกว่า สิ้นเปลืองภาษีประชาชน และผู้นำมาเลเซีย
ควรนำเงินไปใช้จ่ายด้านการศึกษา,สาธารณสุข และการขนส่งสาธารณะ ดีกว่า
ที่มา มติชน
</description>
  <pubDate>2010-12-01 15:40:18</pubDate> 
 </item>
    <item>
  <title>โอ วรุฒ ยอมรับแยกทางกับเมียจริง แต่ปัดเรื่อง ดีเอ็นเอไม่ตรงลูกชาย</title> 
  <link>http://www.showded.com/myprofile/news_post_nc.php?newId=148142</link> 
  <description>โอ วรุฒ ยอมรับ แยกทางภรรยาสาว จริง ปัดข่าวดีเอ็นเอไม่ตรงลูกชาย
ยันสื่อเข้าใจผิด
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 1 ธ.ค. 2553 โอ วรุฒ วรธรรม
พิธีกรชื่อดัง ได้แถลงข้อเท็จจริงถึงกรณีมีกระแสข่าวแยกทางกับภรรยาสาว
เก๋ เจษฎาวัลย์ จันทร์แตง ซึ่งมีลูกชายด้วยกัน 1 คน ว่า
ยอมรับว่าได้แยกทางกับภรรรยาจริง โดยแยกทางกันตั้งแต่เดือนกรกฎาคมแล้ว
เนื่องจากต่างคนต่างไม่มีเวลาให้กัน
และตอนนี้ลูกชายของตนอยู่กับฝ่ายหญิงที่จังหวัดเพชรบูรณ์
นอกจากนี้
นายวรุฒกล่าวถึงกระแสข่าวครอบครัวของตนได้ตรวจพบหลักฐานทางการแพทย์หรือดีเอ็นเอ
ซึ่งน่าเชื่อว่าดีเอ็นเอของตนไม่ตรงกับลูก ว่า
เรื่องดังกล่าวเป็นเพียงเรื่องเข้าใจผิดกัน
ตนขอยืนยันว่าเด็กที่เกิดมาเป็นลูกของตนจริงๆ
และที่ผ่านมาก็ไม่เคยมีการตรวจดีเอ็นเอแต่อย่างไร
ข่าวที่ออกมาเป็นเพราะความเข้าใจผิดของสำนักข่าวแห่งหนึ่งที่ได้โทรศัพท์มาสอบถามเรื่องดังกล่าวซึ่งนักข่าวคนดังกล่าวก็ได้โทรศัพท์มาขอโทษผมแล้วพิธีกรชื่อดังกล่าวที่มา
มติชน</description>
  <pubDate>2010-12-01 15:37:38</pubDate> 
 </item>
   </channel>
 </rss>

