ใครอยากขึ้นแท็กซี่คันนี้บ้าง
ทุกครั้งที่ได้เวลาเขียนคอลัมณ์ในแต่ละเดือน ผมพยายามจะหาประเด็นที่แปลกและแตกต่าง พร้อมกับการสรรหาหนังที่ดีมาแนะนำเล่าสู่กันฟัง เพื่อเป็นอีกหนึ่งทางเลือกให้กับชาวสมาชิกShowded .com
หนังที่เกี่ยวกับแท็กซี่เป็นอีกประเด็นหนึ่งที่อยากจะนำเสนอ บ่อยครั้งตัวละครในหนังจะใช้บริการแท็กซี่ เพื่อเดินทางไปทำหน้าที่ แต่คงไม่ใช่เป็นจุดสำคัญของหนัง อย่างไรก็ตามมีหนังบางเรื่องที่ตัวละครเข้าไปเกี่ยวข้องกับรถแท็กซี่โดยตรง จนทำให้รถแท็กซี่ในเรื่องนั้นกลายเป็นองค์ประกอบสำคัญของหนังไปโดยปริยาย เอาหล่ะครับ ถึงตรงนี้ผมจะประมวลให้ฟังมีหนังเรื่องไหนบ้างที่เกี่ยวกับแท็กซี่โดยตรง พร้อมแล้วเชิญเลยครับ

แท็กซี่คันแรก
Taxi Driver (1976)
แท็กซี่คันแรกเป็นหนังที่สร้างชื่อเสียงให้กับRobert De Niro ในฐานะนักแสดงนำ ร่วมด้วยนักแสดงนำหญิงฝีมือเยี่ยมอย่าง Jodie Foster และเป็นผลงานชิ้นโบแดงยุคต้นๆในฐานะผู้กำกับอย่าง Martin Scorsese หนังเกี่ยวกับ "ทราวิส บัคเกล" ผู้มีอาชีพเป็นคนขับรถแท็กซี่ในนครยอร์ก ชีวิตในแต่ละวันยังคงดำเนินไปตามปกติ จนมาวันหนึ่งเมื่อเขาพยายามให้ความช่วยเหลือ "ไอริส" โสเภณีเด็กคนหนึ่ง เท่านั้นแหละเขาถูกผลักดันไปสู่ความรุนแรงที่ตัวเขาไม่เคยคาดคิดมาก่อน
นั่งแท็กซี่คันนี้แล้วค้นพบอะไรบ้าง : มีคำกล่าวว่า "ความไม่แน่นอนมักจะเกิดขึ้นกับมนุษย์อยู่เสมอ" คำดังกล่าวเห็นจะเป็นจริง เพราะในเรื่องตัวเอกก็ไม่คาดคิดเหมือนกันว่าชีวิตคนขับรถธรรมดาอย่างเขา จะเข้าไปอยู่ในสภาพที่กดดันจนตกเป็นจำเลยของสังคม ทั้งๆที่เขาคนนี้เป็นคนที่ช่วยเหลือโสเภณี แต่ผลตอบแทนได้รับกลับไปนั้น มันคุ้มค่าแล้วหรือ นี่แหละชีวิตของสังคมมนุษย์ที่แท้จริงที่ตัดสินกันแค่เปลือกนอก

แท็กซี่คันที่สอง
Taxi (1998)
แท็กซี่คันต่อมา เป็นหนังที่มีชื่อเรื่องโดยตรงเลยแหละ และเป็นต้นฉบับจากสัญชาติฝรั่งเศส โดยมีลุค เบซอง รับหน้าที่เขียนบท กำกับโดย Gérard Pirès ก่อนที่ฮอลลีวู๊ตจะซื้อไปทำเป็นภาคต่อ เรื่องราวเริ่มต้นขึ้นหลังจากที่ "แดนเนียล" อดีตเด็กส่งพิซซ่า เปลี่ยนอาชีพมาเป็นคนขับแท็กซี่ ซึ่งรถของเขามีกำลังแรงมาก แม้แต่ตำรวจก็ยังตามจับเขาไม่ได้ด้วยซ้ำ วันดีคืนดีแดนเนียลไปตกลงรับปากกับตำรวจนายหนึ่งในการช่วยเหลือตำรวจจับกุมแก็งค์ปล้นธนาคารเพื่อแลกกับการไม่ถูกยึดรถ แต่คงไม่ใช่เรื่องง่ายเลยเพราะกลุ่มโจรหลบหนีไปด้วยรถความเร็วสูง แต่โชคดีคนรอบข้างของเขาต่างให้ความช่วยเหลือ เขาต้องทำให้ได้เพื่อให้ได้ใบขับขี่คืนมา
นั่งแท็กซี่คันนี้แล้วค้นพบอะไรบ้าง : ความมันส์ล้วนๆ รับประกันโดย ลุค เบซอง รับหน้าที่เขียนบท หากใครติดตามหนังของเบซองแล้ว คงบอกได้คำเดียวว่า "ทุกเรื่องของเขามันส์มากๆ "
แท็กซี่คันที่สาม
Collateral (2004)
จะว่าไปแล้วคนขับแท็กซี่ ก็คือคนหาเช้ากินค่ำ หรือถ้าลำบากกันจริง บางคนถึงขั้นออกหาผู้โดยสารตลอดทั้งวันทั้งคืน แต่ก็ไม่ใช่เรื่องหนักหนาสาหัสอย่างไร เหมือนกับ "แม็กซ์" ที่ใช้ชีวิตที่แสนธรรมดาด้วยการทำงานเป็นคนขับแท็กซี่ในแอลเอมานาน 12 ปี จนคุ้นเคยกับการทำอาชีพนี้ แล้ววันหนึ่งอันตรายของเขาก็มาประเคนถึงที่เมื่อเขารับ "วินเซนต์"ฆาตกรรับจ้างจากบริษัททขนส่งยาที่กำลังถูกฟ้องโดยคณะลูกขุนรัฐ ให้มาฆ่าปิดปากพยานปากสำคัญ งานนี้แม็กซ์ต้องกลายเป็นเสมือนผู้สมรู้ร่วมคิด เพราะวินเซนต์บังคับให้แม็กซ์ขับรถพาเขาไปสู่จุดหมายที่เขาได้รับมอบหมายงานมา และขณะที่ตำรวจแอลเอและเอฟบีไอแข่งขันกันเพื่อสกัดพวกเขา แต่แล้วการที่แม็กซ์กับวินเซนต์จะรอดตัวได้นั้น พวกเขากลับต้องพึ่งพิงกันในแบบที่ไม่มีใครคาดคิด
นั่งแท็กซี่คันนี้แล้วค้นพบอะไรบ้าง : การที่ต้องลุ้นระทึกไปกับการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าระหว่างผู้ร้ายกับพระเอก แต่คงไม่ใช่แบบเมามันส์เหมือนกับเรื่องที่สอง เพราะขึ้นชื่อ Michael Mann ที่เป็นผู้กำกับเรื่องนี้แล้วเห็นจะไม่ใช่เป็นแบบนั้น งานของเขามักจะสะท้อนความนึกคิดของตัวละครออกมาอย่างแยบยลไม่ว่าจะเป็นตัวดีหรือตัวร้ายก็ตาม ซึ่งอาจจะสร้างความเบื่อหน่ายให้กับผู้ชมในช่วงแรกๆของหนัง และเรื่องนี้ยังอุดมไปด้วยนักแสดงฝีมือระดับออสการ์เลยทีเดียวทั้งJamie Foxx และ Tom Cruise ที่คราวนี้เปลี่ยนมารับบทเป็นผู้ร้ายเป็นครังแรกเสียด้วย
แท็กซี่คันที่สี่
เฉิ่ม (2005)
ปิดท้ายด้วยแท็กซี่คันที่สี่ เป็นหนังไทยที่เคยฉายบ้านเรามาแล้ว นำแสดงโดย หม่ำ จ๊กมก และนุ่น วรนุช พ่วงท้ายด้วยปุ๊ย คืนสิทธ์แห่งตีสิบ และการกลับมาอีกครั้งของศิวะ แตรสังข์ นักแสดงขวัญใจวัยรุ่นในสมัยยุคของผม เป็นผลงานการกำกับเรื่องต้นๆของ คงเดช จาตุรันต์รัศมี เรื่องราวของแท็กซี่คันนี้มีอยู่ว่า "บัติ" โชเฟอร์ขับแท็กซี่กะดึก บุคคลิกของเขามักจะใส่น้ำมันใส่ผมเรียบแปร้เสมอ รวมไปถึงกิจวัตรประจำวันที่ชอบฟังแต่วิทยุช่อง AM ที่มีละครวิทยุและเพลงเก่า รวมถึงชอบกินต้มเลือดหมูเจ้าประจำทุกคืน และอาจเป็นเพราะการที่เขาชอบฟังแต่วิทยุAM ทำให้เขาหลุดไปอยู่ในโลกแห่งความหวังที่สวยงาม โลกที่ทำดีได้ดี โลกที่ไม่ต้องสนใจยุคสมัย แม้ใครจะมองว่าเขาเฉิ่ม จนกระทั่งเขาได้มาเจอกับ "นวล" หญิงสาวที่มีอาชีพหมอนวด เมื่อชายที่หมกมุ่นอยู่แต่ในโลกแห่งความฝัน กับหญิงสาวที่เอาแต่ก้มหน้ายอมรับชีวิตจริง จึงเป็นเสมือนสิ่งที่เติมเต็มให้แก่กัน ความผูกพันทั้งคู่ กลายเป็นบททดสอบของชีวิตพวกเขา แต่โลกแห่งความเป็นจริงคงไม่หอมหวลเหมือนกับที่บัติคิดไว้ ส่งผลให้เขาและเธอต้องพรากจากกัน โดยที่ตัวเขาก็ไม่สามารถคาดเดาได้เลยว่าท้ายสุดแล้วเขาจะพบกับเธอได้หรือไม่
นั่งแท็กซี่คันนี้แล้วค้นพบอะไรบ้าง : ขึ้นชื่อว่าดงเดชแล้ว เขาเป็นผู้กำกับที่ขึ้นชื่อในการเรียกน้ำตาจากคนดูอย่างแน่นอน นอกจากนี้ยังให้ความสำคัญไปที่สัญลักษณ์ที่ปรากฏในหนังของเขาแต่ละเรื่องด้วยเหมือนกัน เช่นเดียวกับเรื่องนี้ที่เต็มไปด้วยสัญลักษณ์ต่างๆนานา ทั้งที่เป็นสิ่งของ แม้กระทั่งตัวละครในเรื่องนี้ด้วย ซึ่งคงเป็นค้นหาเอาเองจากหนังเรื่องนี้ เรียกได้ว่าทุกสิ่งทุกอย่างที่เขาใส่ไปในหนังเรื่องนี้มันมีที่มาที่ไปเสมอ ซึ่งนั่นก็คือความคิดของผุ้กำกับคนนี้ที่อยากจะท้อนบางสิ่งบางอย่างที่เกิดขึ้นในสังคมให้กับผู้ชมได้ขบคิดไม่มาก
ก็น้อย